ยังจำกันได้ไหมครับ เมื่อประมาณสองปีก่อน ช่วงรัฐบาลที่นำโดยพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม กระทบความมั่นคงของชาติ หมิ่นเบื้องสูง ฯลฯ

ซึ่งผลของนโยบายดังกล่าวคือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ICT ได้ทำการบล็อคเว็บไซต์ทั้งในและต่างประเทศไปมากมายหลายเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง youtube และ wikipedia ที่มีเนื้อหาบางส่วนเข้าข่ายการดูหมิ่นเบื้องสูง

ผลของการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตชาวไทยได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เรียกได้ว่ากิจกรรมบนอินเตอร์เน็ตแทบจะหายไปเลย รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทำรายงานก็ไม่สามารถค้นคว้าหาข้อมูลได้เช่นเดิม (รวมถึงผมด้วย ซึ่งตอนนั้นผมต้องนำเสนอรายงานหน้าห้อง ซึ่งต้องใช้วีดีโอประกอบการรายงานด้วย แต่เนื่องจาก youtube ถูกบล็อค การหาวีดีโอมาใช้จึงลำบากมากๆ)

เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ เว็บไซต์ต่างๆ กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง (ไม่นับบางเว็บไซต์ที่ถูกสั่งปิดไป) ทุกคนก็กลับมาอยู่บนโลกออนไลน์อย่างเป็นสุข จนอาจจะลืมไปว่า เราเคยเจอกันอะไรมา

แต่ผลของการกระทำครั้งนั้นมันยังเหลือตกค้างเป็นเศษซากอารยธรรมของกระทรวง ICT มาจนทุกวันนี้ สิ่งนั้นก็คือ veoh.com

veoh เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวีดีโอออนไลน์ในลักษณะใกล้เคียงกับ youtube แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือ veoh.com มีโปรแกรม client ของตัวเอง ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ทำการติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วใช้โปรแกรมดังกล่าวเปิดดูวีดีโอต่างๆ ภายในเว็บไซต์ รวมถึงดาวน์โหลดวีดีโอเหล่านั้นลงเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

หากคุณเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ veoh คุณก็จะพบข้อความว่า

“Veoh is no longer available in THAILAND. If you are not in THAILAND or think you have received this message in error, please go to veoh.com and report the issue.”

บางคนอาจจะไม่รู้สึกอะไร อยากบล็อคก็บล็อคไป แต่สำหรับผม ผมรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นคำพูดประชดคนไทย ในเมื่อคุณบล็อคเราได้ เราก็บล็อคคุณได้เหมือนกัน แม้ว่าจะผ่านมาประมาณสองปีแล้ว แต่ veoh ก็ยังคงบล็อค IP address จากประเทศไทยต่อไป…

ปล. ผมยังจำช่วงเวลานี้ได้ดี เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่อนิเมะเรื่อง You’re Under Arrest ภาคใหม่ (Full Throttle) เริ่มออกอากาศที่ญี่ปุ่น ซึ่งผมก็อาศัย veoh เป็นช่องทางในการดูอนิเมะเรื่องนี้ จนกระทั่งเว็บไซต์ถูกบล็อค ผมก็ต้องเลิกดูไปโดยปริยาย (ว่ากันว่าเว็บไซต์ถูกบล็อคเพราะมีการ์ตูนโป๊ ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็น เลยไม่อาจทราบได้ว่ามีจริงหรือเปล่า) แต่ยังไงซะมันก็ยังมีช่องทางอื่นให้ดูอยู่ดีล่ะนะ

Advertisements

เคยไหมครับ อยากจะพิมพ์หน้าเว็บออกมาสักหน้า แต่ไม่ได้อยากได้ทุกอย่างในหน้านั้นอะ ซึ่งวิธีการแก้ก็คงไม่พ้นการ copy & paste ลงโปรแกรม word processing แล้วก็จัดหน้าตามที่อยากได้ แล้วค่อยสั่งพิมพ์

แต่วันนี้ไม่ต้องทำเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะเรามีสิ่งดีๆ มานำเสนอแล้ว 😀
http://www.printwhatyoulike.com
printwhatyoulike

เพียงแค่คุณกรอก url ของหน้าเว็บที่อยากจะสั่งพิมพ์ลงไป ก็จะพบกับหน้าเว็บแบบนี้
printwhatyoulike_2

ทางซ้ายคือแถบเครื่องมือที่มีมาให้ใช้ในการจัดหน้าเว็บ ทางขวาก็คือหน้าเว็บที่อยากจะพิมพ์ (ในตัวอย่างคือ http://www.thairath.co.th)

เท่าที่ลองเล่นดู สามารถย่อ-ขยาย หรือแม้กระทั่งลบ content บนหน้าเว็บได้ ลด-เพิ่มขนาดตัวอักษรทั้งหน้าได้ ลบพื้นหลังของเว็บได้ สั่งลบรูปทั้งหมดบนหน้าเว็บได้

คิดว่าเว็บนี้น่าจะใช้ AJAX ในการจับ source code ของเว็บ แยกตามแท็กจำพวก <h1>, <p>, <div> ทำให้เราสามารถเลือก content บนหน้าเว็บที่อยากจะแก้ได้ (ตัวอย่างในรูปนั่นกำลังเลือกแถบอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน)

แต่สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือการย้าย content จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ฉะนั้นถ้าอยากย้าย content เช่นย้ายรูปภาพจากด้านขวามาด้านซ้าย คุณก็คงต้องใช้ word processing อยู่ดี 😦

ก็เป็น online-service ที่น่าสนใจดีนะครับ

ขอได้รับความขอบคุณจาก @my_TORi ที่แนะนำเว็บดีๆ แบบนี้มาครับ 😀

วันนี้เราขอนำเสนอเว็บไซต์ที่จะช่วยคุณในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นอกหัก รักคุด สอบตก หรือแม่ว่า (นี่มันเพลงของดาจิมไม่ใช่เรอะ)

เว็บที่ว่าก็คือ http://www.hunch.com

เมื่อเข้าไปยังหน้าเว็บ ก็จะถูกระบบโยนคำถามมาให้ตอบประมาณ 20 ข้อ เพื่อเอาไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการเรียนรู้ของระบบนั่นเอง

พอตอบคำถามแต่ละข้อเสร็จ ก็จะมีบอกด้วยว่ามีคนกี่เปอร์เซ็นต์ที่ตอบเหมือนกับเรา

หลังจากผ่านการตอบคำถามแล้ว ระบบก็จะเริ่มให้เราถามคำถามได้ ซึ่งเวลากรอกคำถามลงไป ก็จะมีตัวเลือกที่เป็น Topic matches กับ Result matches ขึ้นมาให้เลือก นั่นหมายความว่ามันอาจจะไม่ตอบคำถามที่เราถามตรงๆ 100%

ยกตัวอย่างผมถามมันว่า “Where should I have a dinner?” มันก็มีตัวเลือกขึ้นมาให้เลือกมากมาย เช่น “What should I eat for dinner?”, “Where should I eat dinner in Beijing?” เป็นต้น

หลังจากที่เลือกแล้ว ระบบก็จะโยนคำถามมาให้เราอีก 2-3 ข้อ เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเรา แล้วก็ใช้ข้อมูลนี้ในการช่วยเราตัดสินใจ โดยมีการจัดอันดับผลการตัดสินใจให้สามอันดับด้วย

เท่าที่ลองดู รู้สึกว่ายังไม่ตรงใจเท่าไหร่ คงเป็นเพราะว่าฐานข้อมูลยังน้อยเกินไป ทำให้มีตัวเลือกในการตัดสินใจไม่มาก ต้องให้เวลาระบบได้เรียนรู้ไปสักพักก่อน

พูดถึงเว็บแนวๆ นี้ ก็นึกได้อีกเว็บหนึ่งก็คือ http://en.akinator.com/

เป็นเว็บที่ใช้หลักการคล้ายๆ กัน คือให้เราคิดถึงใครก็ได้เอาไว้ในใจ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ญาติพี่น้อง ดารา นักร้อง ตัวละครในนิยาย ภาพยนตร์ อนิเมะ ฯลฯ (คิดไว้ในใจแล้วห้ามเปลี่ยนนะ)

จากนั้นระบบก็จะโยนคำถามมาให้เรา(อีกแล้ว) ซึ่งลักษณะจะเหมือน 20 คำถาม เช่น “เป็นผู้ชายใช่หรือไม่”, “เป็นที่รู้จักกว้างขวางใช่หรือไม่” เป็นต้น

แล้วระบบก็จะทายว่าเรากำลังคิดถึงใครเอาไว้ (กรุณาตอบคำถามมันตามความเป็นจริงนะ ไม่งั้นมันก็ตอบไม่ถูกหรอก)

เท่าที่ลองเล่นตอนแรกๆ ก็พบว่ามันทายถูกบ้าง ผิดบ้าง ซึ่งก็เป็นเพราะสาเหตุเดียวกันคือ ระบบยังมีข้อมูลน้อยเกินไป ต้องใช้เวลาเรียนรู้

แต่ตอนนี้ลองกลับไปเล่นใหม่ ปรากฏว่ามันเทพขึ้นเยอะมาก บางครั้งถามแค่ 10-15 คำถามก็ตอบได้แล้ว ถูกด้วย

ก็นับว่าเป็นการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อผลิตระบบ AI ขั้นเทพแบบที่เห็นในหนัง Sci-Fi บ่อยๆ (หวังว่าอนาคตมันคงไม่ฉลาดเกินจนเป็นแบบในหนังเรื่อ I-Robot หรอกนะ)

Source: http://www.blognone.com/node/12047