เมื่อวานเพิ่งจะพูดเรื่อง Smarter Planet ปรากฏว่าวันนี้ได้เรื่องเลย เสียเวลาบนท้องถนนโดยเปล่าประโยชน์ แต่ไม่ได้เสียเพราะ traffic หรือรถติดหรอกนะ แต่เพราะอะไรลองตามอ่านกันดูแล้วกันครับ

เมื่อเช้านี้ตั้งใจว่าจะไปเอาบัตร Transformer 2 ที่จองไว้ผ่าน TTM ที่พารากอน แล้วก็จะแวะไปร่วมงาน Nanoha Nano Meeting ที่ TIGA จัดขึ้นที่ Central World ซึ่งงานมีตอนบ่ายโมง ก็เลยตั้งใจว่าจะไปให้ถึงงานสักเที่ยงครึ่ง ฉะนั้นก็ควรไปถึงพารากอนตอนเที่ยง เพื่อไปเอาบัตร Transformer แล้วก็เดินเล่นอีกสักหน่อย

ว่าแล้วก็ตัดสินใจออกจากหอตอนประมาณสิบโมงครึ่ง ไปรอรถเมล์ที่ตลาดบางปะกอก ตั้งใจรอสาย 141 เพราะเป็นสายที่นั่งทีเดียวถึงสยาม (ถึงมันจะอ้อมหน่อยก็เหอะ) รอๆๆ ในที่สุดก็มา ข้างในคนน้อยมาก (เมื่อเทียบกับ 140 ที่แน่นได้แน่นดี) ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นรถโดยไว

นั่งไปจนกระทั่งถึงป้าย กม.9 พอรถหยุด ประตูเปิดปุ๊บ ผู้คนก็พร้อมใจกันลุกขึ้น แล้วก็ทยอยเดินลงจากรถ ในใจก็คิดว่า “เออ ดีแฮะ รถจะได้โล่งๆ ฮ่าๆ”
แต่พอมองหน้ามองหลัง “อ้าว เค้าลงกันหมดนี่หว่า… แล้วเราจะอยู่ทำไม” ก็เลยเดินตามลงไป

พอลงมาข้างล่าง ก็เห็นคนขับรถเดินตามลงมา ไปเปิดดูเครื่องแอร์ที่อยู่ใต้ท้องรถ แล้วก็พึมพำประมาณว่าแอร์มันเจ๊ง… “อ้าว ซวยแล้วไงตู… ทำไงต่อฟะเนี่ย”
กระเป๋ารถเมล์ก็ลงมายืนรอเป็นเพื่อน แล้วก็บอกให้รอ เดี๋ยวมีรถมารับช่วงต่อ แล้วก็มีคนขับรถที่ยืนอยู่แถวนั้น บอกว่า “เนี่ย คันก่อนแทบไม่มีผู้โดยสารเลย พอคันนี้ผู้โดยสารเยอะหน่อย ดันมาเสีย” (อืม… เป็นคำปลอบใจที่ดีมากครับ แปลว่าผมซวยสินะที่เจอเนี่ย – -“)

เนื่องจากการไม่ค่อยเที่ยว+ไม่ค่อยได้ขึ้นรถเมล์ นี่จึงเป็นประสบการณ์ใหม่ของชีวิต ทำอะไรไม่ถูกเลย อะ เค้าบอกให้รอก็รอ
ระหว่างที่ยืนรอ สาย 141 คันหลังก็วิ่งผ่านไป…

คันที่หนึ่ง…

คันที่สอง…

ทั้งสองคันที่ผ่านไป มีผู้โดยสารไม่ถึง 10 คน!!!

ในเมื่อเค้าบอกให้รอ เราก็ทนรอต่อไป เพราะว่าเราก็ไม่ได้รีบอะไรมากมาย แค่ไปเที่ยว ไม่ได้ไปทำงาน รอๆๆ ไม่มาสักทีแฮะ
ระหว่างนั้นมีแม่ลูกคู่หนึ่งทนไม่ไหว ก็เลยวิ่งไปขึ้นแท็กซี่ซะเลย จบ
พอเห็นอย่างนั้นก็เริ่มอยากทำบ้าง แต่คิดอีกที “เราเสียไป 19 บาทแล้ว ไม่อยากเสียเพิ่ม เอาน่า รออีกหน่อย”

และแล้ว ในที่สุด 141 (รถยูโร) คันที่จะมารับเราก็มาถึง ฮูเล่~
แต่เดี๋ยวก่อน… ข้างในนั้นมัน…
ผู้โดยสารแน่นเอี๊ยดดดด!!!

แหล่มมาก เยี่ยมไปเลย เจ๋งมากเลยจอร์จ
ไอ้สองคันที่ผ่านไปก่อนหน้าอภิมหาโล่ง ไอ้คันนี้ทำไมแน่นจังฟะ แต่ทำไงได้ รอมาตั้ง 50 นาทีแล้วนี่หว่า ยังไงก็ต้องขึ้น ว่าแล้วก็เดินขึ้นไปเบียดกับฝูงชนบนรถ ยืนไปเรื่อยๆ ในที่สุดรถก็มาถึงหน้าพารากอนตอน 12.45น.!!!

หลังจากรีบวิ่งไปเอาบัตรที่ TTM พารากอนชั้นห้า ก็รีบวิ่งไปที่ CTW เพื่อลงทะเบียนงาน Nanoha ตอนบ่ายโมง ผลคือลงทะเบียนไม่ทัน 100 คนแรก ก็เลยอดได้ของ premium เลย T_T

เฮ้อ~ บ่นมาซะยาว ขอหน่อยแล้วกันนะครับ ปกติผมไม่ค่อยซีเรียสเรื่องเวลาเดินทางเท่าไหร่นะ (ไม่งั้นจะนั่งรถที่มันวิ่งอ้อมเหรอ) แต่เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ห้าสิบนาที (โดยประมาณ) ที่หายไปโดยไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ หมดไปกับการยืนอยู่เฉยๆ ใต้ทางด่วน อุตส่าห์ออกจากหอตั้งแต่สิบโมงกว่า แต่ถึงพารากอนเที่ยงกว่า จะบ้าเรอะ นั่งรถทัวร์จากสายใต้ไปราชบุรียังแค่ชั่วโมงครึ่งเองนะเฟ้ย…

เรื่องเล่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. การเลือกเวลาออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ การเผื่อเวลาเดินทางเยอะๆ ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะหากพบเหตุสุดวิสัย (เช่นแบบนี้) การเผื่อเวลาน้อยกว่าอาจจะส่งผลดีมากกว่าก็ได้ (นี่ถ้าผมออกจากหอช้าอีกสักหน่อย แล้วได้ขึ้นคันที่ 2,3 ก็คงไม่เจอแบบนี้ )
2. กิจการต่างๆ ที่ลงทุนโดยเอกชน มักจะมีประสิทธิภาพ เพราะเงินทุนที่เยอะกว่า และเป็นห่วง feedback จากลูกค้ามากกว่า แต่ไม่ใช่รถประจำทางเอกชนร่วมบริการ!!!

ปล. IBM ค้าบ~ ช่วยมาทำ smarter bus / smarter public transport ในกรุงเทพฯ ให้หน่อยสิครับ ^/|\^

Advertisements