หลังจากช่างใจอยู่นานว่าจะซื้อดีไหม ในที่สุดก็ซื้อมาก็ได้

นี่คือ Fanbook จากอนิเมฮาเร็มปีศาจสาว Omamori Himari ราคา 1600 เยน ซึ่งร้าน Kinokuniya ตั้งราคาที่ 800 บาท

เอาล่ะ มาดูกันเลยดีกว่าว่าข้างในมีอะไรบ้าง เริ่มจากหน้าปก และปกใน

(เพิ่มเติม…)

Advertisements

Figma Akiyama Mio ที่ออกขายในเดือนนี้ เป็น figma ที่เก็บลายละเอียดได้ดีมาก ทำไมเหรอครับ? ก็เพราะว่า… ลงไปดูรูปเองดีกว่า 😈

ภาพทั้งหมดมาจากการ preview ของ akibahobby.net

มิโอะ โมเอะ
(เพิ่มเติม…)

เรื่องของเรื่องคือ วันนี้ผมก็ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยตามปกติ พอดีวันนี้เรียนคำกริยา たべます (tabemasu) ที่แปลว่ากิน แล้วอาจารย์ก็ให้ฝึก โดยอาจารย์บอกประโยคภาษาไทยมา เช่น กินข้าว, กินปลา, กินขนมปัง แล้วให้ทุกคนในห้องตอบพร้อมกันเป็นภาษาญี่ปุ่น

อาจารย์เค้าก็ถามไปเรื่อยๆ ด้วยความเพลิน (มั้ง) อาจารย์ก็ตั้งประโยคมาว่า กินแอปเปิ้ล ผมก็ตอบไป りんごを たべます。(ringo o tabemasu) อาจารย์ตั้งมาว่ากินส้ม ผมก็ตอบไป みかんを たべます。(mikan o tabemasu) ซึ่งแอปเปิ้ลกับส้มมันเป็นศัพท์ที่ยังไม่ได้เรียน เลยกลายเป็นว่า เหลือผมตอบอยู่คนเดียว ทั้งห้องก็เงียบกันหมด สักพักก็มีคนทักว่ายังไม่ได้เรียน อาจารย์ก็เลยข้ามไป (เพิ่มเติม…)

นอกจากผมจะชอบอยู่กับคอมพิวเตอร์ ชอบดูอนิเม ผมยังชอบดาราศาสตร์อีกด้วย (ตอน ม.5 เคยไปแข่งตอบคำถามดาราศาสตร์ได้ที่หนึ่งมาด้วยนะ แต่ว่าแค่แข่งตอบคำถามในงานวันวิชาการของโรงเรียนแถวบ้านน่ะ :P)

ตั้งแต่ ม.ต้น จนถึง ม.ปลาย ผมแหงนหน้ามองฟ้าตอนกลางคืนแทบทุกวันเลย (จริงๆ นะ) แรกๆ ก็มองไปเรื่อยๆ สักพักนึงก็เริ่มหาแผนที่ดาวจากอินเตอร์เน็ต ปริ้นท์ออกมาตัดแปะ จนได้เป็นแผนที่ดาวพร้อมใช้งาน สักพักก็เริ่มหาซื้อหนังสือดาราศาสตร์มาอ่าน หนักเข้าก็ซื้อ A Brief History of Time ของ Hawking มาอ่านซะเลย (ว่ากันว่าถ้าอ่านแล้วเข้าใจทั้งหมด สามารถไปเรียน ป.โท สาขาฟิสิกส์อวกาศได้เลย ซึ่งแน่นอน ผมเข้าใจไม่หมดหรอก :lol:)

นอกเรื่องมากละ กลับเข้าเรื่องดีกว่า

Sora no Manimani” เป็นอนิเมะที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกัน ซึ่งได้ชื่อภาษาไทยจากวิบูลย์กิจว่า “ยัยตัวป่วนชวนดูดาว

(เพิ่มเติม…)

entry นี้จะขอรวบรวมบทสนทนาระหว่างผมกับคนรอบข้างที่เกี่ยวข้องกับอนิเม โดยที่คนรอบตัวที่ว่าไม่ได้ดูอนิเม (เอ๊ะ… หรือว่าดูแต่ผมไม่รู้ :lol:)


ผมหอบ figma ไปหาเพื่อนที่ห้อง เพื่อจะยืมกล้องมาถ่ายรูป figma (ยังไม่มีกล้องเป็นของตัวเอง) เมื่อไปถึงก็พบว่า เพื่อนมีแขกอยู่ที่ห้อง ซึ่งก็คือเพื่อนของเพื่อนผมนั่นเอง แต่กระนั้นผมก็ไม่แคร์สื่อ ยังคงถามหากล้องจากเพื่อน พร้อมทั้งลากเพื่อนให้มาช่วยกดชัตเตอร์ให้ด้วย (ลืมบอกไป เพื่อนผมและเพื่อนของเพื่อนเป็นผู้หญิงทั้งคู่)

เพื่อนของเพื่อน: ทำอะไรกันน่ะ
เพื่อน: ถ่ายรูปฟิกเกอร์
เพื่อนของเพื่อน: ทำไมต้องถ่ายอะ?
ผม: … (ตอบไม่ถูกแฮะ)

หลังจากถ่ายไปได้สักพัก

เพื่อนของเพื่อน: เธอ มีการ์ตูนอะไรดูมั่งอะ
ผม: ก็… เยอะอยู่นะ บอกชื่อเรื่องมาดีกว่า
(เค้าก็ก้มไปที่จอโน้ตบุ๊ค เปิด mthai ค้นอยู่พักนึง แล้วก็เงยหน้าขึ้นมา)
เพื่อนของเพื่อน: มีนาโนฮะมั้ย
ผม: อ๋อ มี… ที่จริงที่ถืออยู่นี่ก็มาจากเรื่องนาโนฮะนะ (ในมือถือ figma Hayate อยู่)
เพื่อนของเพื่อน: เอามายืมดูมั่งดิ
ผม: ได้ๆ
เพื่อนของเพื่อน: ทำไมถึงชอบการ์ตูนตาหวานล่ะ?
ผม: … (เออ… นั่นสิ ทำไมหว่า?) ทำไมเหรอ?
เพื่อนของเพื่อน: ก็ไม่ทำไมหรอก แค่ไม่ค่อยเห็นผู้ชายชอบการ์ตูนแบบนี้
ผม: อ่อเหรอ ^^” (เพิ่มเติม…)

นี่เป็นอนิเมะที่นำเอาเรื่องราวของเวทมนตร์และการเขียนโปรแกรมมารวมกันได้ ยังไงก็ไม่รู้ อย่างลงตัว เพราะผู้เขียนเคยเป็น System Engineer มาก่อนนั่นเอง

เรื่องที่ว่านี้ก็คือ Yoku Wakaru Gendai Mahou ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “เวทมนตร์ยุคใหม่เข้าใจได้ง่าย”
(เพิ่มเติม…)

Seitokai no Ichizon
นี่ก็อนิเมะเรื่องใหม่อีกหนึ่งเรื่อง Seitokai no Ichizon อ้างอิงตัวละคร สถานที่ และเวลา มาจากนิยายเรื่อง Hekiyou Gakuen Seitokai Gijiroku โดยที่เวอร์ชั่นอนิเมะนี่แทบไม่มีเนื้อหาอะไรเลย เน้นเล่นมุกล้อเลียนอนิเมะเรื่องอื่นซะมากกว่า 😆 (เพิ่มเติม…)