มิถุนายน 2009


เดี๋ยวก่อนนะ ได้ข่าวว่าบล็อกนี้จะเอาไว้เขียนเรื่อง IT กับ Anime ไม่ใช่เหรอ แล้วไหงมีรีวิวร้านอาหารโผล่มาได้ล่ะเนี่ย – -”
เอาน่า ช่างเถอะ อย่าไปใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ดีกว่า LOL

วันนี้นั่งเล่นคอมอยู่ดีๆ @bhatswitch ก็เดินมาเคาะประตูห้อง ชวนออกไปกินข้าวเที่ยงที่ทองหล่อซอยสอง ชื่อร้าน Chijuya ซึ่งเป็นร้านอาหารเจสไตล์ญี่ปุ่น ปกติก็ไม่ได้เป็นคนกินมังฯ แต่เห็นว่ามันน่าสนใจดี ก็เลยยอมตามไปด้วย พร้อมกับมี @PrinceOfThief ตามไปอีกคน

นั่งแท็กซี่ขึ้นสะพานพระรามเก้า ลงทางด่วน … ป๊าด … ในที่สุดก็ถึงหน้าทองหล่อซอย 2

เดินเข้าตึก (จำชื่อไม่ได้) ขึ้นไปชั้นสอง แล้วก็ถึงหน้าร้าน Shijuya ที่ตั้งใจมากินในวันนี้
(เพิ่มเติม…)

ทำไม้… ทำไม…

ทำไมเราถึงไม่หาหน่วยวัดเวลาที่มันเป๊ะกับธรรมชาติมากกว่านี้
1 วัน คือช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนไปบนฟ้า ลับขอบฟ้าไป แล้วกลับมาโผล่ที่เดิม (เมื่อมองจากโลก) อันนี้รับได้
1 ปี คือช่วงเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งรอบพอดี อันนี้ก็พอรับได้
แต่ทำไม 1 ปี ต้องมี 12 เดือน แล้วแต่ล่ะเดือนก็ดันมีวันไม่เท่ากัน 30 บ้าง 31 บ้าง 28 บ้าง (ทุก 4 ปี กลายเป็น 29 วันอีก – -“)

บ่นมาตั้งนาน เกี่ยวอะไรกับ Java เนี่ย…
ก็คือว่า วันนี้โดนเพื่อนขอ (สั่ง) ให้ช่วยเขียน method คำนวณระยะห่างระหว่างวันสองวัน เช่น 28/06/2009 กับ 30/06/2009 ก็ห่างกันสองวัน
หลังจากนั่งงมอยู่พักหนึ่ง ก็ได้ความคิดที่จะใช้ java.util.Calendar เพราะว่ามันมี method ชื่อ getTimeInMillis() ที่ให้ค่ามิลลิวินาทีของเวลาปัจจุบันออกมา แหม… ดีจัง 🙂

ว่าแล้วข้าพเจ้าก็ละเลงหน้า Netbeans ด้วยโค้ดยุบยับ สร้าง Calendar มาสองตัว เอามาเก็บวันที่สองวัน เรียก millisecond ของทั้งคู่ เอามาลบกัน จับหารด้วย 1000,60,60 และ 24 ก็ได้ออกมาเป็นจำนวนวัน อะฮ้า~ ท่าจะเวิร์ก

ทดสอบโดยใส่วันแรกเป็น 16/06/2009 อีกวันเป็น 25/06/2009 ผลออกมาว่าห่างกัน 9 วัน
ว้าวววว… เป๊ะจริงๆ เขียนทีเดียวรันผ่าน ใช้ได้ด้วย MegaHappy ดีใจสุดๆ จริงๆ 😀

คราวนี้ลองใหม่ ใส่ 28/02/2009 กับ 01/03/2009 รันไปป๊าบบบ…

เจ๊งครับพี่น้อง ผลออกมาได้ 4 วัน!!!

งานเข้าแล้วไง ได้มาได้ไงเนี่ย สี่วัน จะบ้าเหรอ หมด 28 กุมภาฯ มันก็ขึ้นเดือนใหม่แล้วนะค้าบ
คิดไปคิดมาก็เลยสรุป(ตามความเข้าใจตัวเอง)ได้ว่า มันคิดเวลาโดยให้ทุกเดือนมี 31 วันสินะ…

มิน่าล่ะ เวลาเป็นเดือนเดียวกันมันคำนวณได้ ไม่พลาด แต่พอข้ามเดือนล่ะเจ๊ง – -”

ทำให้รู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า ทำไม้ทำไม ต้องแบ่งเดือนให้มันไม่เท่ากันด้วย แบ่งเท่าๆ กันได้มั้ย ว่าที่โปรแกรมเมอร์อย่างผมจะได้เขียนตัวคำนวณง่ายๆ หน่อย เฮ้อ~

ตอนนี้ได้ความคิดว่า คงจะต้องเขียนเงื่อนไขคิดวันเดือนปีซะเองแล้วล่ะมั้ง แต่ว่า… ขี้เกียจอะ เอาไว้มีอารมณ์ค่อยลองเขียนแล้วกัน (โปรแกรมมิ่งก็เป็นศิลปะแขนงหนึ่งนะครับ ต้องใช้อารมณ์ในการเขียน LOL)

ปล. ตอนนี้ลองค้นไปเรื่อยๆ จนไปเจอไอ้นี่เข้า
ucar.nc2.units.DateRange

ก็ไม่รู้ว่าเวิร์กมั้ย เพราะยังไม่ได้ลอง เดี๋ยวว่างๆ ลองสักหน่อยดีกว่า 😀

เมื่อวานเพิ่งจะพูดเรื่อง Smarter Planet ปรากฏว่าวันนี้ได้เรื่องเลย เสียเวลาบนท้องถนนโดยเปล่าประโยชน์ แต่ไม่ได้เสียเพราะ traffic หรือรถติดหรอกนะ แต่เพราะอะไรลองตามอ่านกันดูแล้วกันครับ

เมื่อเช้านี้ตั้งใจว่าจะไปเอาบัตร Transformer 2 ที่จองไว้ผ่าน TTM ที่พารากอน แล้วก็จะแวะไปร่วมงาน Nanoha Nano Meeting ที่ TIGA จัดขึ้นที่ Central World ซึ่งงานมีตอนบ่ายโมง ก็เลยตั้งใจว่าจะไปให้ถึงงานสักเที่ยงครึ่ง ฉะนั้นก็ควรไปถึงพารากอนตอนเที่ยง เพื่อไปเอาบัตร Transformer แล้วก็เดินเล่นอีกสักหน่อย

ว่าแล้วก็ตัดสินใจออกจากหอตอนประมาณสิบโมงครึ่ง ไปรอรถเมล์ที่ตลาดบางปะกอก ตั้งใจรอสาย 141 เพราะเป็นสายที่นั่งทีเดียวถึงสยาม (ถึงมันจะอ้อมหน่อยก็เหอะ) รอๆๆ ในที่สุดก็มา ข้างในคนน้อยมาก (เมื่อเทียบกับ 140 ที่แน่นได้แน่นดี) ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นรถโดยไว

นั่งไปจนกระทั่งถึงป้าย กม.9 พอรถหยุด ประตูเปิดปุ๊บ ผู้คนก็พร้อมใจกันลุกขึ้น แล้วก็ทยอยเดินลงจากรถ ในใจก็คิดว่า “เออ ดีแฮะ รถจะได้โล่งๆ ฮ่าๆ”
แต่พอมองหน้ามองหลัง “อ้าว เค้าลงกันหมดนี่หว่า… แล้วเราจะอยู่ทำไม” ก็เลยเดินตามลงไป

พอลงมาข้างล่าง ก็เห็นคนขับรถเดินตามลงมา ไปเปิดดูเครื่องแอร์ที่อยู่ใต้ท้องรถ แล้วก็พึมพำประมาณว่าแอร์มันเจ๊ง… “อ้าว ซวยแล้วไงตู… ทำไงต่อฟะเนี่ย”
กระเป๋ารถเมล์ก็ลงมายืนรอเป็นเพื่อน แล้วก็บอกให้รอ เดี๋ยวมีรถมารับช่วงต่อ แล้วก็มีคนขับรถที่ยืนอยู่แถวนั้น บอกว่า “เนี่ย คันก่อนแทบไม่มีผู้โดยสารเลย พอคันนี้ผู้โดยสารเยอะหน่อย ดันมาเสีย” (อืม… เป็นคำปลอบใจที่ดีมากครับ แปลว่าผมซวยสินะที่เจอเนี่ย – -“)

เนื่องจากการไม่ค่อยเที่ยว+ไม่ค่อยได้ขึ้นรถเมล์ นี่จึงเป็นประสบการณ์ใหม่ของชีวิต ทำอะไรไม่ถูกเลย อะ เค้าบอกให้รอก็รอ
ระหว่างที่ยืนรอ สาย 141 คันหลังก็วิ่งผ่านไป…

คันที่หนึ่ง…

คันที่สอง…

ทั้งสองคันที่ผ่านไป มีผู้โดยสารไม่ถึง 10 คน!!!

ในเมื่อเค้าบอกให้รอ เราก็ทนรอต่อไป เพราะว่าเราก็ไม่ได้รีบอะไรมากมาย แค่ไปเที่ยว ไม่ได้ไปทำงาน รอๆๆ ไม่มาสักทีแฮะ
ระหว่างนั้นมีแม่ลูกคู่หนึ่งทนไม่ไหว ก็เลยวิ่งไปขึ้นแท็กซี่ซะเลย จบ
พอเห็นอย่างนั้นก็เริ่มอยากทำบ้าง แต่คิดอีกที “เราเสียไป 19 บาทแล้ว ไม่อยากเสียเพิ่ม เอาน่า รออีกหน่อย”

และแล้ว ในที่สุด 141 (รถยูโร) คันที่จะมารับเราก็มาถึง ฮูเล่~
แต่เดี๋ยวก่อน… ข้างในนั้นมัน…
ผู้โดยสารแน่นเอี๊ยดดดด!!!

แหล่มมาก เยี่ยมไปเลย เจ๋งมากเลยจอร์จ
ไอ้สองคันที่ผ่านไปก่อนหน้าอภิมหาโล่ง ไอ้คันนี้ทำไมแน่นจังฟะ แต่ทำไงได้ รอมาตั้ง 50 นาทีแล้วนี่หว่า ยังไงก็ต้องขึ้น ว่าแล้วก็เดินขึ้นไปเบียดกับฝูงชนบนรถ ยืนไปเรื่อยๆ ในที่สุดรถก็มาถึงหน้าพารากอนตอน 12.45น.!!!

หลังจากรีบวิ่งไปเอาบัตรที่ TTM พารากอนชั้นห้า ก็รีบวิ่งไปที่ CTW เพื่อลงทะเบียนงาน Nanoha ตอนบ่ายโมง ผลคือลงทะเบียนไม่ทัน 100 คนแรก ก็เลยอดได้ของ premium เลย T_T

เฮ้อ~ บ่นมาซะยาว ขอหน่อยแล้วกันนะครับ ปกติผมไม่ค่อยซีเรียสเรื่องเวลาเดินทางเท่าไหร่นะ (ไม่งั้นจะนั่งรถที่มันวิ่งอ้อมเหรอ) แต่เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ห้าสิบนาที (โดยประมาณ) ที่หายไปโดยไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ หมดไปกับการยืนอยู่เฉยๆ ใต้ทางด่วน อุตส่าห์ออกจากหอตั้งแต่สิบโมงกว่า แต่ถึงพารากอนเที่ยงกว่า จะบ้าเรอะ นั่งรถทัวร์จากสายใต้ไปราชบุรียังแค่ชั่วโมงครึ่งเองนะเฟ้ย…

เรื่องเล่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. การเลือกเวลาออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ การเผื่อเวลาเดินทางเยอะๆ ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะหากพบเหตุสุดวิสัย (เช่นแบบนี้) การเผื่อเวลาน้อยกว่าอาจจะส่งผลดีมากกว่าก็ได้ (นี่ถ้าผมออกจากหอช้าอีกสักหน่อย แล้วได้ขึ้นคันที่ 2,3 ก็คงไม่เจอแบบนี้ )
2. กิจการต่างๆ ที่ลงทุนโดยเอกชน มักจะมีประสิทธิภาพ เพราะเงินทุนที่เยอะกว่า และเป็นห่วง feedback จากลูกค้ามากกว่า แต่ไม่ใช่รถประจำทางเอกชนร่วมบริการ!!!

ปล. IBM ค้าบ~ ช่วยมาทำ smarter bus / smarter public transport ในกรุงเทพฯ ให้หน่อยสิครับ ^/|\^

ไม่มีอะไรครับ แค่อยากแจกรูปเฉยๆ 😀

TA_0001TA_0039TA_0048TA_0049
TA_0056TA_0064TA_0065TA_0089
TA_0090TA_0114TA_0115TA_0133
TA_0139TA_0141TA_0148TA_0149
TA_0157TA_0046TA_0062TA_0144

credit: ThaiAnime @ t***x

Today I have a chance to join the IBM University day 2009 at Four Seasons Hotel, Bangkok. The main purpose is to receive a certificate for participation in XML Superstar Challenge 2008.
The interesting part of the activity is not giving certificates, but the presentation about “Smarter Planet”, the new vision of IBM in changing the world better.

According to the presentation, many ideas presented are the same as I have thought before. For example, I used to think that why I have to waste my time in the traffic. It could be better if I can do something else while I was sticking in the traffic.
Now, IBM comes with the idea of smarter traffic. One of the solution to smarter traffic is RFID. Every car has a tag for paying tolls, so that there will be no traffic in front of a toll anymore.
The presentation inspires me about my graduate project in the next year.

There are more interesting ideas as well. You can see them at A Smarter Planet

In addition, after came back to the dormitory, @tanuntipw suggested me to watch this video.

Then I just recognized that I used to have many dreams when I was young and now they are coming to be true. I hope that I will be able to see them before I die.

PS. I’m not an IBMer and don’t try to promote IBM. I just think that the idea is great and would like it to be implemented successfully.
By the way, the buffet at Four Seasons Hotel is yummy 😛


อย่างที่หลายๆ คนรู้กันว่า Twitter เป็น web-application ที่เอาไว้ใช้รายงานกิจกรรมที่ตัวเองกำลังทำ(เหรอ?)
และผลของการเล่น Twitter ตลอดเวลาก็ทำให้วัยรุ่นสาวคนหนึ่งถึงกับเสียชีวิตเพราะถูกไฟฟ้าช็อต
เรื่องของเรื่องคือเธอนำแล็ปท็อปเข้าไปทวีตขณะอาบน้ำไปด้วย ซึ่งตอนแรกก็เปิดแล็ปท็อปกับแบ็ตเตอรี่ เล่นๆ ไปก็ปรากฏว่าแบตเตอรี่หมด ก็เลยพยายามเสียบปลั๊กแล็ปท็อปเพื่อจะทวีตต่อ แล้วก็เลยถูกไฟช็อตเสียชีวิต ซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่าเธอถูกไฟช็อตเพราะใช้มือที่เปียกเสียบปลั๊กแล็ปท็อป

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… อย่าทวีตตอนอาบน้ำ…

ที่มา: Austriantimes.at

I’m so excited on this. The new trailer of 2012, the movie directed by Roland Emmerich. I’m waiting for it since I’ve seen the first teaser trailer about 5 months ago. Here is the first trailer I’ve seen.

Now, the new trailer that has been released.

From the new trailer, seems that everything is gonna be destroyed. Well, how can human survive? Hope that its ending won’t be something similar to the ending of Knowing 😛
I remembered that someone commented on “search 2012” at the almost end of the trailer that it’s not work, because the top 5 (or 10) searching results are not related to the movie. But I’d like to say that the purpose of searching is not to find out more info about the movie, but to find out what will happen in 2012. And that is about the Mayan calendar and the last day of the world!
I don’t know that if it will be true or not, but now, enjoys the movie 😀 (Uh… Oh… not now, but in this November)
Anyway, I like Emmerich’s movies such as Indepence day, Godzilla, and The Day After Tomorrow. So, I believe that 2012 will become one of my favorite movies.
This is the movie that I’m waiting, so I won’t miss to see it in a theatre, no matter what will happen at that time.

หน้าต่อไป